ประเทศไทยขับเคลื่อนโซลูชั่นอุตสาหกรรม 4.0 เพื่ออนาคตที่ปลอดภัย มั่นคง และยั่งยืน

ประเทศไทยขับเคลื่อนโซลูชั่นอุตสาหกรรม 4.0 เพื่ออนาคตที่ปลอดภัย มั่นคง และยั่งยืน

การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลจะช่วยสร้างความมั่นใจในเรื่องประสิทธิภาพ สร้างกลยุทธ์ทางธุรกิจใหม่ๆ และทำให้อุตสาหกรรมต่างๆมีความเชื่อมโยงต่อกัน

ประเทศไทยเป็นที่รู้จักกันดีในนาม 'ดินแดนแห่งรอยยิ้ม' ตั้งอยู่ใจกลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ในเรื่องของเกาะที่สวยงาม ชายหาดที่มีอากาศบริสุทธิ์ มีอาหารราคาประหยัด และโรงแรมหรูมากมาย ท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่นิยมมาท่องเที่ยว ประเทศไทยก็กำลังเปิดรับการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 และรัฐบาลไทยก็ได้เร่งขับเคลื่อนด้วยนโยบายการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลโดยเปิดตัวยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 มาตั้งแต่ปี 2559

ABB นอกจากจะเป็นบริษัทที่มีธุรกิจหลักด้านเทคโนโลยีและระบบไฟฟ้าในประเทศไทย ยังถือว่าเป็นบริษัทนักบุกเบิกด้วยเช่นกัน กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติครบวงจรของ ABB มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้อุตสาหกรรมทั่วโลกเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล โดยการจัดหาระบบดิจิทัลที่ทันสมัยให้กับองค์กรต่างๆ เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลและโซลูชันระบบอัตโนมัติไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างกระบวนการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย มั่นคง และมีความยั่งยืนด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญ

อุตสาหกรรม 4.0 หรือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เป็นการสนับสนุนกระบวนการขององค์กรต่างๆ ที่กำลังเปลี่ยนสู่ห่วงโซ่คุณค่าเชิงดิจิทัลทั้งหมดที่ขับเคลื่อนโดยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) การทำให้ระบบคอมพิวเตอร์เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง (Machine Learning) และการวิเคราะห์เชิงดิจิทัลเพื่อควบคุมและนำข้อมูลที่มีมาใช้อย่างมีคุณค่า การจะบรรลุเป้าหมายนั้น องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องมีพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความมุ่งมั่นไปในทิศทางเดียวกันเช่น ABB ที่ก้าวทันทั้งเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม โดยสามารถผนวกองค์ความรู้และประสบการณ์ทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าเดิม

ถอดรหัสอุตสาหกรรม 4.0 ในประเทศไทย

หลายปีมานี้ ตั้งแต่การถือกำเนิดของระบบอัตโนมัติ นิยายวิทยาศาสตร์ที่ได้รับความนิยม มักจะมีจินตนาการเกี่ยวกับรถยนต์ที่บินได้และการเดินทางในอวกาศ ตอนนี้จินตนาการดังกล่าวกำลังใกล้เคียงความเป็นจริงแล้ว เนื่องจากอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งรวมถึงการผลิต การเดินเรือ และการเกษตร กำลังอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนกระบวนการดำเนินงานของพวกเขาตามแนวทางของอุตสาหกรรม 4.0 นอกจากระบบการผลิตอัตโนมัติซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักของอุตสาหกรรม 4.0 แล้ว ก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่เกิดขึ้นไปพร้อมกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) รวมถึงโรงงานที่มีกระบวนการผลิตแบบอัตโนมัติ

ในประเทศไทยนั้น ภาครัฐและบริษัทต่างๆได้ร่วมมือกันเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงความเป็นเมืองอัจฉริยะแล้ว ‘ภูเก็ต’ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากนักท่องเที่ยว มีหาดทรายที่มีความสวยงามและได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นเมืองอัจฉริยะที่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจราจร ร้านอาหารในบริเวณใกล้เคียง รวมถึงการคมนาคมขนส่ง ด้วยการใช้งานแอพบนโทรศัพท์มือถือเท่านั้น

แม้แต่ภาคเกษตรกรรมขนาดใหญ่ของประเทศไทยซึ่งมีสัดส่วนแรงงานคิดเป็นประมาณ 40% ของจำนวนประชากรและคิดเป็น 9.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ อ้างอิงตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ ก็ยังใช้เทคโนโลยีการเกษตร (AgriTech) ที่ขับเคลื่อนโดยปัญญาประดิษฐ์และระบบคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง รวมถึงหุ่นยนต์และการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งระบบดังกล่าวช่วยให้เกษตรกรได้รับข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินของตน รวมทั้งชนิดของดินและปุ๋ย รวมถึงคุณภาพการปลูก แต่ปัจจัยหลักที่คอยขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังระบบอัตโนมัติทั้งหมดที่ว่านั้นก็คือ ข้อมูล

การรวบรวมและใช้ประโยชน์จากข้อมูล

เรามักเห็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเปรียบเปรยถึงข้อมูลว่ามีคุณค่าเทียบได้กับสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดในโลก นั่นคือ ‘น้ำมัน’ ซึ่งมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ คำถามที่สำคัญคือเราจะรวบรวมและจัดเก็บ รวมถึงทำความเข้าใจในบริบทและวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้อย่างไร และเราจะมีวิธีสร้างรายงานเชิงลึกจากข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ตามส่วนงาน และระบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีการผลิต เทคโนโลยีวิศวกรรม ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง หรือแหล่งข้อมูลอื่นๆ ได้อย่างไร

มีการใช้ข้อมูลมากขึ้นในการติดตาม การจัดทำรายงาน และการวิเคราะห์ ขณะเดียวกันก็มีการให้รายงานเชิงลึกที่จำเป็นแก่องค์กร เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน วิธีที่เราใช้ปัญญาประดิษฐ์และการทำให้ระบบคอมพิวเตอร์เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และวิธีที่เราเพิ่มพลังของการวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งคือ เคล็ดลับที่แท้จริงในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 อย่างสมบูรณ์ ซึ่งทาง ABB Thailand เชื่อว่ากระบวนการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานนี้เป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุศักยภาพสูงสุดของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล

ระบบอัตโนมัติ และ ABB

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จในยุคอุตสาหกรรม 4.0 คือการทำความเข้าใจผลกระทบที่เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 และวิธีนำไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว พวกเราซึ่งอยู่ในฝ่าย Process Automation ของ ABB ได้มีส่วนร่วมกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าและนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมต่างๆ ทีมงานการตลาดและทีมการปฏิบัติการของเราในประเทศไทย ในขณะเดียวกันก็มีการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีการที่จะช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถเพิ่มผลกำไรได้สูงสุดและได้ผลผลิตที่สูงขึ้น แต่ข้อจำกัดอย่างหนึ่งที่เราพบ ในอุตสาหกรรมต่างๆ คือ บริษัทเหล่านี้ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการวิเคราะห์ ทำให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 ของทั่วทั้งองค์กร

ABB มีบทบาทสำคัญในการเป็นพันธมิตรกับบริษัทอุตสาหกรรมในประเทศไทย โดยการทำความเข้าใจแหล่งที่มาของข้อมูลและออกแบบระบบในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล ในขณะที่ใช้ระบบการวิเคราะห์ข้อมูลของเรา เพื่อสร้างผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ให้ได้สูงสุด กระบวนการต่างๆเหล่านี้ช่วยเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งองค์กร

อุตสาหกรรมหลักบางประเภทในประเทศไทยที่ได้รับประโยชน์จากระบบอัตโนมัติของ ABB อย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ ปูนซีเมนต์ เยื่อและกระดาษ เหล็ก น้ำมันและก๊าซ การผลิตฟ้า และอาหารและเครื่องดื่ม

ก้าวต่อไป

เพื่อให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล และระบบอัตโนมัติ การผสานรวมเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 เข้ากับกระบวนการปฏิบัติงานอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่การรวบรวม และจัดเก็บข้อมูล การจัดทำรายงาน ตลอดไปจนการวิเคราะห์ในทุกระดับมีความจำเป็นอย่างมาก พวกเราในฝ่าย Process Automation ของ ABB เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์กรต่างๆ ด้วยการปรับใช้โซลูชันต่างๆของเราผสานไปกับความเชี่ยวชาญและความรู้ความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติของแต่ละอุตสาหกรรมจะสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงต่อกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล

อุตสาหกรรมทั่วประเทศไทยควรเลือกใช้ระบบที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบเปิดซึ่งถือว่ามีประโยชน์มากกว่า เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อกับระบบที่มีอยู่ได้อย่างง่ายดายและลดความจำเป็นในการแปลงข้อมูลระหว่างระบบ สิ่งนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ถึงความสามารถในการขยายระบบ และครอบคลุมตั้งแต่ระดับฐานข้อมูลในโรงงานไปจนถึงระดับองค์กร นอกจากนี้ควรพิจารณาในด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลด้วย

ปัจจุบันประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้บุกเบิกการปฏิวัติสู่ระบบดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสำหรับ ABB เรามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล ในขณะที่ยังคงยึดมั่นในเทคโนโลยีและหลักการของอุตสาหกรรม 4.0 ไว้เป็นเป้าหมายที่สำคัญด้วยเช่นกัน

Links

Contact us

Downloads

Share this article

Facebook LinkedIn Twitter WhatsApp